Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for มีนาคม, 2011

ของขวัญจาก The Secret

ให้คำภาษาไทยโดย พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

…………………………………………………………………………………………………………..

Today is beginning of my new life.

วันนี้…คือวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฉัน

.

I am starting over today

ฉันจะเริ่มต้นใหม่นับตั้งแต่นี้ไป

.

All good things are coming to me

สิ่งดีๆทั้งหลายกำลังจะเกิดขึ้นกับฉัน

.

I am grateful to be alive

ฉันขอขอบคุณที่ให้ฉันได้มีชีวิตอยู่ในวันนี้

.

I see beauty all around me

ให้ฉันได้เห็นโลกอันแสนงดงามรอบๆตัวฉัน

.

I live with passion and purpose

ให้ฉันมีชีวิตอยู่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของฉัน

.

I take time to laugh and play every day

ให้ฉันได้เล่น ได้หัวเราะ ในทุกๆวัน

.

I am awake, Energized and alive

ให้ฉันตื่นตัวและเปี่ยมด้วยพลังแห่งชีวิต

.

I focus on all the good things in life

ฉันจะให้ความสนใจแต่เพียงสิ่งที่ดีงามในชีวิตของฉัน

.

And Give thanks for every one of them

ฉันจะมอบคำขอบคุณให้กับคนทุกๆคน

.

I am at peace and one with everything

ฉันจะขออยู่ร่วมและเป็นหนึ่งเดียวกับทุกๆสิ่ง

.

I feel the love, The joy, And the Abundance

ฉันจะรับรู้ถึง ความรักและความสุข ที่มีอยู่อย่างมากมาย

.

I am free to be myself

ฉันมีอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเอง

.

I am a magnificence in human form

ฉันคือผู้ที่มีร่างกายอันแสนสง่างาม

.

I am a perfection of life

ฉันคือผู้ที่มีชีวิตอันสมบูรณ์แบบ

.

I am so grateful…

ฉันมีความสุขเหลือเกิน…

.

to be…

ที่ได้เป็น…

.

ME

ตัวฉันในวันนี้

.

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

จงปฏิบัติตามกฎแห่งแรงดึงดูด

.

        บทความข้างต้นนี้ ผมถอดความมาจาก คลิ๊ปวีดีโอสั้นๆ เรื่อง “Gift from the secret” เมื่อผมได้ดูแล้วรู้สึกดีมาก ทั้งภาพ ทั้งเสียงเพลงประกอบ และข้อความที่แสดงขึ้นมาในแต่ละช่วงของวีดีโอ ซึ่งมีความยาวประมาณ 2 นาทีเศษๆ

.

ผมได้ถอดเอาข้อความจากภาพยนตร์สั้นนี้มา และให้คำภาษาไทยประกอบคู่กันไปเพื่อเป็น “ของขวัญ” อีกหนึ่งชิ้น สำหรับผู้ที่ไม่ได้ดูวีดีโอนี้ และเพื่อเผยแพร่ข้อความอันทรงพลังเหล่านี้ให้กับทุกๆท่านได้นำไปใช้ประโยชน์

.

จงอ่านด้วยความรู้สึกซึมซับ ในทุกๆเช้า เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยพลังของ “กฎแห่งแรงดึงดูด”

.

แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็จะเกิดกับชีวิตของคุณอย่างแน่นอน

 .

………………………………………………………………………………………….

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Advertisements

Read Full Post »

เงินมีสี่ขา

.

………………………………………………………………….

.

คำสอนของชาวจีน ที่ถูกส่งต่อๆกันมาจนถึงวันนี้มีอยู่มากมายทีเดียว

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ คุณพ่อของผมได้กล่าวไว้ และผมจดจำได้ตราบเท่าทุกวันนี้

พ่อสอนว่า…

“เงินมี 4 ขา คนมี 2 ขา”

(เงินเหรียญในสมัยก่อนของชาวจีน มีรูตรงกลางเป็นรูป 4 เหลี่ยม

จึงถูกเปรียบเปรยเหมือนกับว่ามันมีขาอยู่ 4 ขา)

“หากคนวิ่งไล่เงิน ก็เหนื่อยเปล่า

แต่ถ้าเงินวิ่งไล่คน ก็หนีความร่ำรวยไม่พ้น”

.

หมายความว่า…

คนเราทุกวันนี้ ส่วนใหญ่นั้นพยายามวิ่งไล่เงิน เพราะอยากร่ำรวย

แต่ขยันขันแข็งทำงานสักเพียงใด ก็ไม่รวยดั่งใจสักที

ดังนั้น ถ้าอยากร่ำรวยจะต้อง “เข้าใจ” ในเรื่องเงินให้ดีเสียก่อน

เมื่อรู้จักว่าเงินมันเป็นเช่นไร มันไหลไปทางไหน แล้ว

ก็จะได้หาทางไปดักอยู่ด้านหน้าของมัน จึงจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้

……………………………………………………………………………

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

หนูต้องไม่เรียนซ้ำชั้น

……………………………………………………………………………………………..

เด็กน้อย ลงจากรถรับส่งนักเรียน แล้วรีบวิ่งเข้ามาหาคุณแม่อย่างรวดเร็ว

พร้อมทั้งยื่นผลการเรียน ชั้น ป.1 ให้กับผู้เป็นแม่

.

“คุณแม่ขา…หนูปีนี้หนูสอบได้ที่ 1 ของห้อง และได้เกรด 4 ทุกวิชา เลยค่ะคุณแม่”

.

เด็กน้อยยิ้มอย่างมีความสุข ผู้เป็นแม่จึงสวมกอด พร้อมทั้งบอกกับลูกสาวคนเก่งว่า

“ลูกของแม่เก่งที่สุดเลยค่ะ เดี๋ยวแม่จะพาไปดูหนังเป็นของขวัญกับคนเก่งของแม่ดีไหมจ๊ะ”

แม่กล่าวอย่างมีความสุขยิ่งนัก

.

วันเวลาผ่านไปอีก 1 ปี

เด็กน้อย คนเดิมลงจากรถรับส่งนักเรียน แล้วรีบวิ่งเข้ามาหาคุณแม่

พร้อมทั้งยื่นผลการเรียนให้กับผู้เป็นแม่อีกครั้ง แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า

.

“คุณแม่ขา…หนูปีนี้หนูก็สอบได้ที่ 1 ของห้อง และได้เกรด 4 ทุกวิชา อีกแล้วค่ะคุณแม่”

.

ผู้เป็นแม่รู้สึกปลื้มและภาคภูมิใจกับลูกสาวตัวน้อยคนนี้เหลือเกิน

ที่เธอสามารถรักษาผลการเรียนให้อยู่ในระดับยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 แล้ว

.

และแล้ววันเวลาก็ผ่านไปอีก 1 ปี

เมื่อ เด็กน้อย ลงจากรถรับส่งนักเรียน เธอก็รีบวิ่งเข้ามาหาคุณแม่

พร้อมทั้งยื่นผลการเรียนให้กับผู้เป็นแม่อีก แล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจเช่นเดิมว่า

.

“คุณแม่ขา…หนูปีนี้หนูก็สอบได้ที่ 1 ของห้อง และได้เกรด 4 ทุกวิชา อีกแล้วค่ะคุณแม่”

.

คงไม่มีอะไรที่ผู้เป็นแม่จะมีความสุขเท่า ลูกสาวสุดที่รัก คนนี้

ยังคงรักษาผลการเรียนของเธอได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

หลังจากที่เธอสวมกอดลูกสาวแล้ว

เธอจึงเปิดหนังสือแสดงผลการเรียนดูอย่างถี่ถ้วนด้วยความภาคภูมิใจ

.

แต่ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็น ข้อความที่ทำให้หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น

เพราะหัวของหนังสือผลการเรียนเขียนว่า

.

“ผลการเรียนของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1”

.

นั่นหมายความว่า…ลูกสาวของเธอ เรียนซ้ำชั้น ป1 มาถึง 3 ปีแล้ว

ทำไมเธอจึงรู้สึกเสียใจล่ะ ทั้งๆที่ลูกสาวก็ยังคงมีผลการเรียนที่ดีอยู่ไม่ใช่หรือ?

.

เธออยากจะบอกลูกเหลือเกินว่า…

“ลูกจ๋า… ลูกสอบได้ที่ 1 และได้เกรด 4 ทุกวิชา นั้นเป็นสิ่งที่ดี

แต่ว่า…ลูกจะเรียนซ้ำชั้นอยู่อย่างนี้ไม่ได้

เพราะลูกต้องเติบโตและก้าวหน้า ชีวิตต้องก้าวต่อไปข้างหน้า

เมื่อเรียน ป.1 แล้วก็ต้องขึ้น ป.2”

.

แต่คำพูดของเธอ กลับตันอยู่ที่ลำคอ ทั้งนี้ก็เพราะ

เธอเองนั้นก็ทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิตมายาวนานกว่า 5 ปีแล้ว

เธอเป็นนักขายที่ขายประกันได้เก่งมากคนหนึ่ง

และมีรายได้เฉลี่ยกว่าเดือนละ 1 แสนบาท

เพื่อนๆของเธอที่เป็นตัวแทนประกันชีวิตมาพร้อมๆกัน

ต่างก็ก้าวหน้าขึ้นเป็น “ผู้จัดการหน่วย” กันแทบทุกคนแล้ว

.

ทั้งเรื่อง อายุงาน และ ผลงานการขาย เธอก็ทำได้ครบถ้วนทุกประการ

ขาดแต่เพียงเรื่อง จำนวนตัวแทนที่ต้องสร้าง เท่านั้น

เธอก็จะได้ เลื่อนตำแหน่ง ตามกฎเกณฑ์ของบริษัท

.

เธอมักจะพูอเสมอๆว่า

เธอมีรายได้ที่ดีเพียงพอแล้ว และไม่อยากเลื่อนตำแหน่งไปรับผิดชอบมากกว่านี้

เธอกลัวเหลือเกินว่า…ลูกสาวจะย้อนถามกลับมาว่า…

.

“แล้วทำไมแม่ยังซ้ำชั้นได้ล่ะคะ?”

.

ถ้าลูกถามจริงๆ…เธอจะตอบอย่างไรดี?????
………………………………………………………………………………

การเรียน ต้อง เลื่อนชั้น การทำงาน ต้อง ก้าวหน้า

หากท่าน อ่าน แล้ว คิด แล้วเกิดอาการ

เจ็บปวดที่บริเวณหัวใจ แล้วล่ะก็

เราคงต้องมาคิดกันอย่างจริงจังเสียทีได้แล้วว่า…

.

ในการทำงานของเรานั้น เราเรียนซ้ำชั้นมากี่ปีแล้ว และ

เราจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ ไปอีกนานแค่ไหน

และ ทำอย่างไรหน้าที่การงานของเราจึงจะ “ก้าวหน้า” สักที

.

จงจำไว้ว่า…

วันนี้ ต้องดีกว่า เมื่อวานนี้ อย่างน้อยสักนิดหนึ่ง

ชีวิตต้องดีกว่าเก่า ต้องร่ำรวยขึ้น มีความสุขมากขึ้น หน้าที่การงานดีขึ้น ฯลฯ

เพราะ “ชีวิต” คือ การเจริญเติบโตขึ้นจากเดิมเสมอ

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ เพื่อไปยังบล็อกรวมเรื่องสั้นดีดีที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ : อ่านแล้วคิดชีวิตเปลี่ยน

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

It’s All In the State of Mind

เรื่องโดย Walter D. Wintle

ให้คำภาษาไทยโดย คุณพละชัย ฟูเกียรติพงษ์

………………………………………………….

.

If you think you are beaten, you are,

ถ้าคุณคิดว่าคุณอ่อนล้าสิ้นแรง คุณก็จะเป็นเช่นนั้นตั้งแต่คุณคิด
.

If you think that you dare not, you don’t,

ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่กล้าพอ คุณก็ทำไม่ได้ตั้งแต่คุณคิด

.

If you’d like to win, but you think you can’t,

ถ้าคุณต้องการจะชนะ แต่คุณกลับคิดว่าคุณคงชนะไม่ได้

It’s almost certain you won’t.

มันก็เกือบจะแน่นอนแล้วว่า คุณไม่มีทางที่จะชนะ

.

If you think you’ll lose, you’ve lost,

ถ้าคุณคิดว่าคุณคงพ่ายแพ้ คุณก็แพ้แล้วตั้งแต่คุณคิด

.

For out in the world you’ll find

ในโลกใบนี้ คุณจะพบว่า…

Success begins with a fellow’s will—

ความสำเร็จเริ่มจาก ความปรารถนาจากภายใน เสมอ

.

It’s all in the state of mind.

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ขึ้นอยู่กับ ความคิดที่อยู่ในจิตของคุณ

.

Full many a race is lost

ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

Ere even a step is run, and many a coward falls

เกิดจากก้าวแรกที่ออกวิ่ง และความขาดกลัวว่าจะแพ้

.

Ere even his work’s begun,

ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำอะไร

Think big and your deeds will grow;

จงคิดให้ใหญ่ และทำมันให้สุดๆไปเลย

.

Think small, and you’ll fall behind;

หากคิดเล็ก คุณก็จะพบกับความพ่ายแพ้ในภายหลัง

.

Think that you can, and you will—

คุณต้องคิดว่าคุณทำได้ คิดว่าคุณเป็นได้

.

It’s all in the state of mind.

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ขึ้นอยู่กับ ความคิดที่อยู่ในจิตของคุณ

.

If you think you are out-classed, you are;

ถ้าคุณคิดว่าคุณเหนือชั้น คุณก็จะเหนือกว่าผู้อื่น

.

You’ve got to think high to rise;

คุณต้องคิด ให้ใหญ่ขึ้น ให้สูงขึ้น

.

You’ve got to be sure of yourself before

คุณต้องเชื่อมั่นในตัวคุณเองให้มากขึ้น

You ever can win a prize,

คุณต้องคิดว่าคุณสามารถเอาชนะได้

.

Life’s battles don’t always go to the stronger or faster man;

ในสงครามชีวิตนั้น ชัยชนะไม่ได้เกิดกับผู้ที่ แข็งแรงกว่า หรือเร็วกว่า เสมอไป

But soon or late the man who wins, Is the man who thinks he can.

แต่ไม่ช้าไม่นาน ชัยชนะก็จะเป็นของ ผู้ที่คิดว่า “เขาทำได้” เท่านั้น

.

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

.

บทความนี้ เป็นบทความที่ถูกเผยแพร่ไปอย่างกว้าวขวางทั่วโลก

ทุกครั้งที่ผมได้อ่านบทความนี้ ผมจะเกิดพลังใจ และแรงบันดาลใจขึ้นอย่างมากมาย

.

ผมได้รับรู้ถึง กุญแจดอกสำคัญ ที่ใช้ในการเปิดประตูสู่การประสบความสำเร็จในชีวิต

นั่นก็คือ “จิตใจ”

เพราะทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ล้วนแล้วแต่มาจาก “ความคิดที่อยู่ในจิตใจ” ทั้งสิ้น

.

ดั่งคำที่ว่า “It’s all in the state of mind.”

.

หากเราปรารถนาความสำเร็จ ก็คงต้องเริ่มจาก ความปรารถนาจากภายในก่อนเสมอ

แล้วหลังจากนั้น ก็เสริมด้วย ศรัทธาและความเชื่อมั่น ต่อตัวของเราเอง

และปลูกฝังความคิดในจิตใจเสมอว่า “เราทำได้”

.

เพราะทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ล้วนแล้วแต่มาจาก

“ความคิดที่อยู่ในจิตใจ” ทั้งสิ้น

.

“It’s all in the state of mind.”

.

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

…………………………………………………………..

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

The coach

.

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง กำลังนั่งดูการแข่งขันฟุตบอลกับ คุณพ่อ

เธอเห็นพี่ชายของเธอ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน

โดนผู้ชายตัวใหญ่ๆคนหนึ่งที่อยู่ข้างสนาม ตะโกนต่อว่าด้วยเสียงอันดัง

เธอจึงหันไปถามผู้เป็นพ่อว่า…

.

“คุณพ่อขา คนๆนั้นเป็นใครกันคะ ทำไมเขาจึงตะโกนว่าพี่ของหนูอยู่เรื่อยเลย”

ผู้เป็นพ่อ ยิ้มรับแล้วตอบว่า…

“อ๋อ…เขาเป็น ‘โค้ช’ น่ะลูก และที่เขาต้องตะโกนเสียงดังก็เพราะว่า

เขาต้องบอกกับนักกีฬาว่า ต้องเล่นอย่างไรไงคะ”

“แล้วทำไมต้องมี ‘โค้ช’ ด้วยล่ะคะพ่อ พี่เขาเล่นเองไม่ได้หรือคะ”

.

“ได้ลูก พี่เขาเล่นเองก็ได้ แต่ว่า โค้ช จะช่วยให้พี่ของหนูเล่นได้ดีมากขึ้นไปอีกค่ะ”

.

“งั้นก็แปลว่า ‘โค้ช’ ต้องเล่นเก่งที่สุดกว่าใครๆเลยใช่ไหมคะ?”สาวน้อยด่วนสรุปทันที พ่อจึงตอบว่า

“ความจริงแล้ว… ‘โค้ช’ อาจจะเล่นกีฬาไม่เก่งเลยก็ได้นะ”

เธอทำหน้าฉงนแล้วถามว่า

.

“ถ้าไม่เก่งแล้วทำไมจึงให้มาสอนคนอื่นได้ล่ะคะ?”

…………………………………………………………………………………………………………….

.

หลายๆครั้งที่เราดูกีฬา เราก็มักจะเห็น ใครบางคนที่ถูกขนานนามว่า “โค้ช”

คนเหล่านี้ไม่ได้ลงไปเล่นในสนาม

แต่พวกเขาก็มีส่วนร่วมในเกมส์ไม่น้อยกว่านักกีฬาในสนามเช่นกัน

บางครั้งเราจะเห็นว่า “โค้ช” คลั่งไปกับเกมส์มากกว่านักกีฬาเสียอีก

.

ทั้งนี้ก็เพราะ… หัวใจและสายตาของ “นักกีฬา” นั้นจับจ้องอยู่กับ เกมส์การแข่งขัน

และสมองของเขาคิดถึง…วิธีการที่จะเล่น เพื่อรับชัยชนะ

.

แต่… หัวใจและสายตาของ “โค้ช” จับจ้องอยู่กับ นักกีฬาของเขา

และสมองของเขาก็คิดถึง… วิธีการที่จะทำให้นักกีฬาเล่น และได้รับชัยชนะ

.

ความเป็นจริงก็คือ…

.

“โค้ช” อาจจะไม่ใช่นักกีฬาที่เก่งที่สุด

“โค้ช” อาจจะเป็นนักกีฬาที่ไม่เคยเป็นแชมป์เลยสักครั้ง

.

แต่ก็…ไม่มีนักกีฬาที่เป็นแชมป์คนใดที่…ไม่มี “โค้ช”

.

คราวหน้าถ้าคุณดูเกมส์การแข่งขันกีฬา ก็ลองสังเกตดู “โค้ช” บ้างนะครับ

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

………………………………………………………………………………

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

เทียน และ แสงสว่าง

……………………………………………………………………………………..

.

เด็กน้อย นั่งมองดู พ่อ ซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียม Slide presentation

ที่เขาจะต้องใช้ในการ บรรยายพิเศษ ในวันพรุ่งนี้

พ่อของเด็กน้อย… เป็น นักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งคนหนึ่ง

เขาได้รับ รางวัลแห่งความสำเร็จ อย่างมากมาย

ธุรกิจของเขา เจริญเติบโตและก้าวหน้า อย่างรวดเร็ว

.

ในฐานะที่เขาเป็น แบบอย่างที่ดี ของการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น…จึงมักจะได้รับเชิญให้ไปพูดถึง วิธีการทำงาน และแนวทางสู่ความสำเร็จ

เพื่อให้นักธุรกิจคนอื่นๆได้ เรียนรู้ ปฏิบัติตาม และประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับเขา

.

“พ่อครับ ทำไมพ่อต้องไปสอนคนอื่นด้วยล่ะครับ”

เด็กน้อยเอ่ยปากถาม พ่อของเขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

“ทำไมล่ะครับ ลูก?”

“ก็ถ้า…พ่อไปบอกคนอื่นเขาหมด…

ถ้าเขารู้… พ่อไม่กลัวเขาชนะพ่อหรือครับ?”

เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย

.

“เออ…จริงซินะ…ที่ลูกพูดมา มันก็มีเหตุผลที่น่าสนใจทีเดียว…ขอบใจนะลูก”

เมื่อได้ยินคำชมจากพ่อ…เด็กน้อยก็ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ

“แต่พ่ออยากให้ลูกช่วยอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”

“ได้ครับ…” ลูกชายตอบด้วยความกระตือรือร้น

“ลูกช่วยไปหยิบ เทียน ในลิ้นชักตรงนั้นมาให้พ่อสัก 1 เล่มนะครับ?”

เด็กน้อยทำตามอย่างว่าง่าย

.

“นี่ครับพ่อ…เทียน”

พ่อรับเทียนจากมือของลูกชาย…

แล้วก็หยิบไม้ขีดขึ้นมา…จุดเทียนเล่มนั้น…แล้วบอกกับลูกว่า…

“ทีนี้ลูกช่วยไปปิดไฟให้พ่อหน่อยนะ เราจะใช้แสงเทียนกัน”

“ได้ครับ” เด็กน้อยวิ่งไปปิดไฟ ทั้งห้องจึงมืดสนิท

มีเฉพาะเทียนเล่มนั้นเท่านั้นที่ให้แสงสว่าง…

.

“ถ้าห้องนี้มืดสนิทก็คงน่ากลัวนะ…

ลูกว่าเทียนเล่มนี้มีประโยชน์ไหมครับ?”

“มีครับ…อย่างน้อยมันก็ทำให้สว่างอ่ะครับ”

.

“ทีนี้ลูกไปหยิบเทียนมาให้พ่ออีกหลายๆเล่มเลยนะ…”

เด็กน้อยวิ่งแจ้นไปทันที

“เอาล่ะ.. ตอนนี้เรามาช่วยกันเอาเทียนมาต่อไฟ แล้วตั้งไว้หลายๆเล่มสิ”

.

จากนั้นพ่อกับลูกก็ช่วยกันต่อเทียน จนแสงเทียนทำให้ทั้งห้องสว่างจ้า

พ่อจึงกล่าวกับลูกว่า…

“ลูกเห็นไหมครับว่า… เทียน…ที่นำไป…จุดเทียนเล่มอื่นต่อ

มันก็ไม่ได้สูญเสียความสว่างของตัวเองไปเลย

แต่มันกลับทำให้… เทียนเล่มอื่นๆมีความสว่างไปด้วย…

แล้วก็จะช่วยทำให้…ห้องๆนี้สว่างไสวยิ่งขึ้นใช่ไหมครับ?”

“ใช่ครับพ่อ”

.

“มันก็เหมือนกับการที่… พ่อไปสอนคนอื่น…

มันก็ไม่ได้ทำให้พ่อสูญเสียความรู้ที่พ่อมี

แต่มันกลับทำให้คนอื่นได้รู้ไปด้วย เข้าใจไหมครับ?”

“ครับพ่อ แล้วคนอื่นก็จะช่วยทำให้เรา… ดีมากขึ้นไปอีกใช่ไหมครับ?”

เด็กน้อยแย่งตอบ

.

“เก่งมากครับลูก…แต่พ่อว่า… ได้เวลานอนของลูกแล้วนะ…

มาให้พ่อหอมก่อนแล้วจะได้ไปนอน”

เด็กน้อยทำท่าอิดออดเล็กน้อยแล้วเดินมาหาพ่อ…

ผู้เป็นพ่อก้มตัวลงหอมแก้มลูกชายแล้วกล่าวว่า…

.

“ราตรีสวัสดิ์ครับลูก พ่อรักลูกที่สุดเลย”

“ผมก็รักพ่อครับ”

…………………………………………………………………………………..

อ่านบทความเรื่องนี้แล้ว รู้สึกมีความสุขบ้างไหมครับ…

.

ความงดงามของชีวิต ก็คือ…

การได้แบ่งปัน ความรู้และประสบการณ์ ของเราให้กับผู้อื่น

เพราะผู้ที่ให้ก็ไม่ได้เสียอะไร ส่วนผู้รับก็ได้ประโยชน์

.

การช่วยให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ จากประสบการณ์ของเรานั้น

ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

เหมือนการช่วย ต่อเทียน ให้ชีวิตของผู้อื่น สว่างไสว สวยงาม

.

เฉกเช่น…แสงจากเทียนเล่มน้อยนี้

ที่หากช่วยกันจุดต่อๆกันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ก็จะทำให้โลกใบนี้ สว่างไสว สวยงาม ตลอดไป

.

ช่วยต่อเทียนของท่านให้กับผู้อื่นต่อไปนะครับ

.

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

…………………………………………………………………………

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

จดทะเบียนลิขสิทธิ์ – เรื่องง่ายๆที่น่าทำและสำคัญ

…………………………………………………………………………………………..

คงมีหลายๆคนที่ “คิด-เขียน” เรื่องราวหรือบทความต่างๆขึ้นมา

เช่น นวนิยาย บทความ เรื่องสั้น บทกวี เพลง ฯลฯ

และในใจลึกๆแล้วก็อยากจะจดทะเบียนเพื่อรับรองว่า

เราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นั้นๆตามกฎหมาย

แต่คิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อน เหมือนที่ผมเคยคิดเคยเป็น

.

แต่เมื่อผมได้ตัดสินใจไปดำเนินการจด “ลิขสิทธิ์” กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ก็พบว่ามันไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่เคยคิดไว้เลยครับ

จึงอยากจะเอาประสบการณ์มาแบ่งปันกับทุกๆท่าน

เผื่อว่าจะอยากไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ “สิ่งเขียน”

(ภาษาที่ใช้ในการจดเขาไม่ใช้ว่า “หนังสือ” แต่ใช้ว่า “สิ่งเขียน” ครับ)

ที่ได้คิดและเขียนขึ้นมา เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของงานชิ้นนั้นๆกันบ้าง

ซึ่งมีขั้นตอนและเอกสารประกอบการจดลิขสิทธิ์ดังนี้ครับ

.

1. เขียนผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตัวเองที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว 1 ชิ้น

แล้วปริ๊นออกมาเป็นฮาร์ทก็อปปี่ จากนั้นนำไปเย็บรูปเล่มให้เรียบร้อย

โดยจะเย็บสันกาว ใส่กระดูกงู หรืออื่น ๆ ทำเองก็ได้

เน้นว่าให้ทำเป็นรูปเล่มเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ

.

2. เข้าไปในเว็บของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อดาวโหลดแบบฟอร์ม ลข.01

ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่ใช้กรอกเพื่อยื่นขอจดลิขสิทธิ์ ในเว็บไซต์ดังนี้

http://www.ipthailand.go.th/ipthailand/index.php?lang=th

.

3. พอได้แบบฟอร์มมาแล้วก็ปริ๊นออกมา

กรอกรายระเอียดให้เรียบร้อย ถูกต้อง จำนวน 2 ชุด

.

4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เซ็นต์สำเนาถูกต้องด้วย จำนวน 1 ชุด

.

5. ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่

สำนักลิขสิทธิ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา

เลขที่ 44/100    ถ.สนามบินน้ำ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

หรือจะไปด้วยตัวเองก็ได้ครับ

ผมไปจดด้วยตัวเองสะดวกมากครับ ง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย

.

6. หากมีข้อสงสัย โทรถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 02-547-4621-3 ครับ

.

7. เมื่อทางสำนักลิขสิทธิ์รับเรื่องแล้ว จะออกเลขรับรองเรื่องให้

จากนั้นเราก็กลับบ้านมารอ ประมาณ 1-2 เดือน

ตามขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลลิขสิทธิ์

.

8. เมื่อเรื่องของเรา ผ่านตามขั้นตอนแล้ว

ทางสำนักลิขสิทธิ์จะส่ง “ใบลิขสิทธิ์รับรอง” มาให้เราถึงบ้าน

มีหน้าตาคล้าย ๆ กับโฉนดที่ดิน (ดังรูปที่ผมแนบมาให้ดูนี้)

ซึ่งจะทำให้งานเขียนเป็นของเราเพียงคนเดียว

ใครลอกเลียนแบบสามารถฟ้องร้องได้เต็มที่

.

จดทะเบียนลิขสิทธิ์ – เรื่องง่ายๆที่น่าทำและสำคัญ

จบขั้นตอนง่ายๆแค่นี้เองครับ

………………………………………………………….

คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ เพื่อไปยังบล็อกรวมเรื่องสั้นดีดีที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ : อ่านแล้วคิดชีวิตเปลี่ยน

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

Older Posts »