Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘ส่ง…ความสุข’ Category

The coach

.

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง กำลังนั่งดูการแข่งขันฟุตบอลกับ คุณพ่อ

เธอเห็นพี่ชายของเธอ ซึ่งเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน

โดนผู้ชายตัวใหญ่ๆคนหนึ่งที่อยู่ข้างสนาม ตะโกนต่อว่าด้วยเสียงอันดัง

เธอจึงหันไปถามผู้เป็นพ่อว่า…

.

“คุณพ่อขา คนๆนั้นเป็นใครกันคะ ทำไมเขาจึงตะโกนว่าพี่ของหนูอยู่เรื่อยเลย”

ผู้เป็นพ่อ ยิ้มรับแล้วตอบว่า…

“อ๋อ…เขาเป็น ‘โค้ช’ น่ะลูก และที่เขาต้องตะโกนเสียงดังก็เพราะว่า

เขาต้องบอกกับนักกีฬาว่า ต้องเล่นอย่างไรไงคะ”

“แล้วทำไมต้องมี ‘โค้ช’ ด้วยล่ะคะพ่อ พี่เขาเล่นเองไม่ได้หรือคะ”

.

“ได้ลูก พี่เขาเล่นเองก็ได้ แต่ว่า โค้ช จะช่วยให้พี่ของหนูเล่นได้ดีมากขึ้นไปอีกค่ะ”

.

“งั้นก็แปลว่า ‘โค้ช’ ต้องเล่นเก่งที่สุดกว่าใครๆเลยใช่ไหมคะ?”สาวน้อยด่วนสรุปทันที พ่อจึงตอบว่า

“ความจริงแล้ว… ‘โค้ช’ อาจจะเล่นกีฬาไม่เก่งเลยก็ได้นะ”

เธอทำหน้าฉงนแล้วถามว่า

.

“ถ้าไม่เก่งแล้วทำไมจึงให้มาสอนคนอื่นได้ล่ะคะ?”

…………………………………………………………………………………………………………….

.

หลายๆครั้งที่เราดูกีฬา เราก็มักจะเห็น ใครบางคนที่ถูกขนานนามว่า “โค้ช”

คนเหล่านี้ไม่ได้ลงไปเล่นในสนาม

แต่พวกเขาก็มีส่วนร่วมในเกมส์ไม่น้อยกว่านักกีฬาในสนามเช่นกัน

บางครั้งเราจะเห็นว่า “โค้ช” คลั่งไปกับเกมส์มากกว่านักกีฬาเสียอีก

.

ทั้งนี้ก็เพราะ… หัวใจและสายตาของ “นักกีฬา” นั้นจับจ้องอยู่กับ เกมส์การแข่งขัน

และสมองของเขาคิดถึง…วิธีการที่จะเล่น เพื่อรับชัยชนะ

.

แต่… หัวใจและสายตาของ “โค้ช” จับจ้องอยู่กับ นักกีฬาของเขา

และสมองของเขาก็คิดถึง… วิธีการที่จะทำให้นักกีฬาเล่น และได้รับชัยชนะ

.

ความเป็นจริงก็คือ…

.

“โค้ช” อาจจะไม่ใช่นักกีฬาที่เก่งที่สุด

“โค้ช” อาจจะเป็นนักกีฬาที่ไม่เคยเป็นแชมป์เลยสักครั้ง

.

แต่ก็…ไม่มีนักกีฬาที่เป็นแชมป์คนใดที่…ไม่มี “โค้ช”

.

คราวหน้าถ้าคุณดูเกมส์การแข่งขันกีฬา ก็ลองสังเกตดู “โค้ช” บ้างนะครับ

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

………………………………………………………………………………

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

เทียน และ แสงสว่าง

……………………………………………………………………………………..

.

เด็กน้อย นั่งมองดู พ่อ ซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียม Slide presentation

ที่เขาจะต้องใช้ในการ บรรยายพิเศษ ในวันพรุ่งนี้

พ่อของเด็กน้อย… เป็น นักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งคนหนึ่ง

เขาได้รับ รางวัลแห่งความสำเร็จ อย่างมากมาย

ธุรกิจของเขา เจริญเติบโตและก้าวหน้า อย่างรวดเร็ว

.

ในฐานะที่เขาเป็น แบบอย่างที่ดี ของการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

ดังนั้น…จึงมักจะได้รับเชิญให้ไปพูดถึง วิธีการทำงาน และแนวทางสู่ความสำเร็จ

เพื่อให้นักธุรกิจคนอื่นๆได้ เรียนรู้ ปฏิบัติตาม และประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกับเขา

.

“พ่อครับ ทำไมพ่อต้องไปสอนคนอื่นด้วยล่ะครับ”

เด็กน้อยเอ่ยปากถาม พ่อของเขาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัย

“ทำไมล่ะครับ ลูก?”

“ก็ถ้า…พ่อไปบอกคนอื่นเขาหมด…

ถ้าเขารู้… พ่อไม่กลัวเขาชนะพ่อหรือครับ?”

เด็กน้อยถามด้วยความสงสัย

.

“เออ…จริงซินะ…ที่ลูกพูดมา มันก็มีเหตุผลที่น่าสนใจทีเดียว…ขอบใจนะลูก”

เมื่อได้ยินคำชมจากพ่อ…เด็กน้อยก็ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ

“แต่พ่ออยากให้ลูกช่วยอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”

“ได้ครับ…” ลูกชายตอบด้วยความกระตือรือร้น

“ลูกช่วยไปหยิบ เทียน ในลิ้นชักตรงนั้นมาให้พ่อสัก 1 เล่มนะครับ?”

เด็กน้อยทำตามอย่างว่าง่าย

.

“นี่ครับพ่อ…เทียน”

พ่อรับเทียนจากมือของลูกชาย…

แล้วก็หยิบไม้ขีดขึ้นมา…จุดเทียนเล่มนั้น…แล้วบอกกับลูกว่า…

“ทีนี้ลูกช่วยไปปิดไฟให้พ่อหน่อยนะ เราจะใช้แสงเทียนกัน”

“ได้ครับ” เด็กน้อยวิ่งไปปิดไฟ ทั้งห้องจึงมืดสนิท

มีเฉพาะเทียนเล่มนั้นเท่านั้นที่ให้แสงสว่าง…

.

“ถ้าห้องนี้มืดสนิทก็คงน่ากลัวนะ…

ลูกว่าเทียนเล่มนี้มีประโยชน์ไหมครับ?”

“มีครับ…อย่างน้อยมันก็ทำให้สว่างอ่ะครับ”

.

“ทีนี้ลูกไปหยิบเทียนมาให้พ่ออีกหลายๆเล่มเลยนะ…”

เด็กน้อยวิ่งแจ้นไปทันที

“เอาล่ะ.. ตอนนี้เรามาช่วยกันเอาเทียนมาต่อไฟ แล้วตั้งไว้หลายๆเล่มสิ”

.

จากนั้นพ่อกับลูกก็ช่วยกันต่อเทียน จนแสงเทียนทำให้ทั้งห้องสว่างจ้า

พ่อจึงกล่าวกับลูกว่า…

“ลูกเห็นไหมครับว่า… เทียน…ที่นำไป…จุดเทียนเล่มอื่นต่อ

มันก็ไม่ได้สูญเสียความสว่างของตัวเองไปเลย

แต่มันกลับทำให้… เทียนเล่มอื่นๆมีความสว่างไปด้วย…

แล้วก็จะช่วยทำให้…ห้องๆนี้สว่างไสวยิ่งขึ้นใช่ไหมครับ?”

“ใช่ครับพ่อ”

.

“มันก็เหมือนกับการที่… พ่อไปสอนคนอื่น…

มันก็ไม่ได้ทำให้พ่อสูญเสียความรู้ที่พ่อมี

แต่มันกลับทำให้คนอื่นได้รู้ไปด้วย เข้าใจไหมครับ?”

“ครับพ่อ แล้วคนอื่นก็จะช่วยทำให้เรา… ดีมากขึ้นไปอีกใช่ไหมครับ?”

เด็กน้อยแย่งตอบ

.

“เก่งมากครับลูก…แต่พ่อว่า… ได้เวลานอนของลูกแล้วนะ…

มาให้พ่อหอมก่อนแล้วจะได้ไปนอน”

เด็กน้อยทำท่าอิดออดเล็กน้อยแล้วเดินมาหาพ่อ…

ผู้เป็นพ่อก้มตัวลงหอมแก้มลูกชายแล้วกล่าวว่า…

.

“ราตรีสวัสดิ์ครับลูก พ่อรักลูกที่สุดเลย”

“ผมก็รักพ่อครับ”

…………………………………………………………………………………..

อ่านบทความเรื่องนี้แล้ว รู้สึกมีความสุขบ้างไหมครับ…

.

ความงดงามของชีวิต ก็คือ…

การได้แบ่งปัน ความรู้และประสบการณ์ ของเราให้กับผู้อื่น

เพราะผู้ที่ให้ก็ไม่ได้เสียอะไร ส่วนผู้รับก็ได้ประโยชน์

.

การช่วยให้ผู้อื่นได้เรียนรู้ จากประสบการณ์ของเรานั้น

ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

เหมือนการช่วย ต่อเทียน ให้ชีวิตของผู้อื่น สว่างไสว สวยงาม

.

เฉกเช่น…แสงจากเทียนเล่มน้อยนี้

ที่หากช่วยกันจุดต่อๆกันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ก็จะทำให้โลกใบนี้ สว่างไสว สวยงาม ตลอดไป

.

ช่วยต่อเทียนของท่านให้กับผู้อื่นต่อไปนะครับ

.

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

…………………………………………………………………………

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

หมากับนาย

……………………………………………………………………………………………………………..

.

เจ้าของร้านขายเนื้อสดคนหนึ่งรู้สึกประหลาดใจที่ หมาตัวหนึ่งมาที่ร้าน

โดยในปากมันคาบแบงก์ 10 ดอลลาร์ และกระดาษเขียนข้อความว่า

“ขอซื้อไส้กรอก 12 ชิ้นกับขาแกะ 1 ขาครับ”

.

เขารู้สึกประทับใจความแสนรู้ของมัน ดังนั้นหลังจากเก็บเงิน 10 ดอลลาร์

เอาไส้กรอกและขาแกะ ใส่ถุงแขวนที่ปากให้มันคาบไปแล้ว

เขาจึงตัดสินใจปิดร้านสะกดรอยตามมันไป….

.

หมาตัวนั้นเดินไปตามถนนจนถึงทางม้าลาย มันก็วางถุงที่คาบไว้ลง

แล้วยืนด้วยขาหลัง และยกขาหน้ากด ปุ่มไฟสำหรับคนข้ามถนน แล้วก็คาบถุงต่อ

รอจนไฟคนข้ามเขียว มันจึงข้ามไปยังป้ายรถเมล์อีกฝั่งหนึ่ง

.

มันจ้องมองตารางเวลาเดินรถแล้วนั่งลงตรงที่นั่งรอ

สักพักมีรถเมล์คันหนึ่งมา มันเดินไปดูหมายเลขที่หน้ารถแล้วก็กลับมานั่งรอต่อ

.

อีกสักเดี๋ยวก็มีรถเมล์มาอีกคัน มันเดินไปดูหมายเลขรถอีก

เมื่อเห็นว่า เป็นสายที่มันรออยู่ มันจึงขึ้นรถเมล์คันนั้น…

.

คนขายเนื้อถึงกับอ้าปากค้างทึ่งในความแสนรู้ของมัน

แล้วรีบตามมันขึ้นรถคันนั้นไป

.

หลังจากรถวิ่งผ่านกลางเมืองออกไปยังชานเมือง

เจ้าหมาแสนรู้ก็ลุกจากที่นั่งเดินไปหน้ารถมันยืน

ด้วยขาหลังแล้วเอาขาหน้ากดกริ่งบนรถ

.

เมื่อรถจอดมันก็ลง และเดินไปตามถนนจนถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง

แล้วเลี้ยวเข้าไป คนขายเนื้อยังสะกดรอยตามมันอยู่ห่างๆ เช่นเดิม…

.

เมื่อมาถึงประตูบ้านที่ปิดอยู่ มันก็วางถุงไส้กรอกที่คาบไว้ลง

แล้วถอยหลังมาตั้งหลักประมาณ 2-3 เมตร

จากนั้นก็วิ่งเข้าชนประตูเต็มแรงมันพยายามอยู่ 2-3 ครั้ง

แต่ประตูก็ยังเปิดไม่ออก

.

มันเลยเดินอ้อมตัวบ้านไปที่หน้าต่างบานหนึ่งที่ปิดอยู่

และเอาหัวโขกที่หน้าต่างหลายครั้ง แล้วก็เดินกลับมารอที่ประตู….

.

สักพักประตูบ้านก็เปิดโดยเจ้าของหมา ซึ่งเป็นผู้ชายหุ่นล่ำบึ้ก

ซึ่งพอเปิดประตูเสร็จ เขาก็เริ่มเตะและทุบตี

พร้อมทั้งตะโกนด่าเจ้าหมาแสนรู้ตัวนั้นทันที

.

ถึงตอนนี้คนขายเนื้ออดรนทนไม่ไหว เขารีบวิ่งเข้าไปห้ามเจ้าของหมา

พร้อมกับถามว่า

“คุณไปเตะมันทำไมกัน มันเป็นหมาสุดอัจฉริยะเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย

ถ้าไปออกทีวีต้องดังแน่”

.

เจ้าของหมาตอบสวนทันทีว่า

“คุณว่ามันฉลาดนักเหรอ

เชอะ! รู้มั้ยว่านี่เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์นี้

ที่มันลืมเอากุญแจบ้านติดตัวไป ด้วย”

.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

.

ผมได้รับเรื่องน่ารักนี้จากเพื่อนที่ส่งมาให้อ่านเล่น

พร้อมกับมีบทสรุปท้ายเรื่อง เพื่อเป็น ข้อคิดสอนใจว่า…

.

“แม้ว่าเราจะทำงานได้ เกินความคาดหมาย ในสายตาผู้อื่น

แต่ก็ยังทำงานได้ ต่ำกว่าเป้าหมาย ในสายตาของ เจ้านายเรา เสมอ”

.

เมื่อได้อ่านแล้วผมก็อดขำกับมุมมองนี้ไม่ได้

ดูเขาช่างเปรียบเทียบแกมประชดประชันได้อารมณ์มากครับ

คนที่เป็น เจ้านาย น่าจะได้อ่านบทสรุปนี้ด้วยนะครับ

……………………………………………………………………………………….

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

เข็มของยาย…ที่หายไป

……………………………………………………………………………………………………………

.

กลางดึกคืนหนึ่ง…

คุณยายทอง หญิงชราวัย 80 กำลังพยายามคลำหาอะไรบางอย่างอยู่

ณ บริเวณรอบๆเสาไฟฟ้าข้างถนน มาเป็นเวลานานนับชั่วโมงแล้ว

.

พอดีมีหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา

พวกเขาสังเกตเห็นว่า หญิงชราพยายามหาอะไรสักอย่างอยู่อย่างยากลำบาก

เพราะแสงไฟจากโคมไฟข้างถนนนั้นก็ไม่ค่อยสว่างมากนัก ก็เลยถามขึ้นว่า

.

“ยาย..ยาย ยายกำลังหาอะไรอยู่หรือ?”

ยายทองหันมายิ้มให้ หนุ่มสาวพวกนั้น และตอบว่า

.

“ยายกำลังหา ‘เข็มเย็บผ้า’ อยู่น่ะลูกเอ๋ย

ยายทำตกหายไป หาเท่าไหร่ก็ยังหาไม่เจอ

พวกหนูสายตาดีๆช่วยยายหาหน่อยจะได้ไหม”

.

“ได้ซิยาย เดี๋ยวพวกผมจะช่วยยายหา เข็มเย็บผ้า ของยายให้ ยายไปนั่งพักก่อนเถอะ”

.

จากนั้นพวกหนุ่มสาวกลุ่มนั้น ก็ช่วยกันหา เข็มเย็บผ้าของยายจนทั่วบริเวณนั้น…

แต่พวกเขาก็หาไม่เจอ ในที่สุดพวกเขาคนหนึ่งก็สงสัยจึงถามยายว่า…

.

“ยาย..ตอนที่ยายทำเข็มเย็บผ้าหล่นน่ะ… ยายทำหล่นหายไปตรงไหนล่ะ?”

.

ยายจึงตอบว่า…

“เอ่อ… ก็ตอนที่ยายกำลังเย็บผ้าอยู่ในห้องของยายน่ะแหละ

พอยายทำเข็มเย็บผ้าหล่น ยายก็หามันไม่เจอ เพราะห้องของยายมันมืดมาก…

ยายมองไม่ค่อยเห็น ยายก็เลยออกมาที่ถนนนี่แหละ…

เพราะตรงเสาไฟฟ้านี่มันสว่างดีนะ ยายน่าจะพอมองเห็นได้ง่ายกว่า

นี่พวกหนูสายตาดีๆยังหาไม่เจออีกรึ งั้นก็คงไม่เป็นไรแล้วล่ะ

ยายยังมีอีกหลายเล่ม ขอบใจนะลูกนะ”

.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

.

เมื่อเราทำของหาย เราก็ต้องไปหาในที่ๆเราทำหาย

เพราะมันคงจะไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปหาในที่อื่นๆ

.

และถ้าหากว่าเรารู้สึกว่า… “ความสุข” ของเรานั้นหายไป

เราก็คงจะต้องค้นหา “ความสุข” ณ จุดที่เราทำมันหายไป

.

คนจำนวนมากที่ พยายามค้นหา “ความสุข” ไปในที่ต่างๆ

เช่น ร้านอาหาร ผับ-บาร์ สถานเริงรมย์ต่างๆ หรือ

เดินทางไปค้นหาความสุขที่ ประเทศนั้นประเทศนี้เรื่อยไป

ซึ่งมันก็คงไม่มีประโยชน์อะไร

.

สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ…

พายายทอง กลับไปหาเข็มในจุดที่ๆมันหล่น

.
นั่นหมายถึง เราต้องกลับมาคิดกันก่อนว่า

เราทำความสุขของเราหายไปตรงไหน

ซึ่งความเป็นจริงก็คือ…

เราได้ทำความสุขหายไปจาก “ใจของเรา” นั่นคือ

ทุกข์หรือสุข อยู่ที่ใจนั่นเองครับ

.

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

……………………………………………

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

ครู”

……………………………………………………………………………………………………….

.

“ลูกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม…ที่จะเป็น ‘ครู’ “

.

แม่เอ่ยปากถาม หลังจากที่ทราบว่าผมจะสอบบรรจุเข้าเป็น ‘ครู’

“ครับแม่…แม่จะได้มี ‘ทายาทอสูร’ คนต่อไปไงครับ”

ผมกระเซ้า แต่แม่กลับทำหน้าจริงจังไม่ยอมเล่นด้วย

.

“นี่แม่พูดจริงนะ..แม่อยากให้ลูกคิดให้ดี ก่อนที่ลูกจะตัดสินใจเป็น ‘ครู’ “

.

“โอ้โห…ทำไมแม่ต้องจริงจังขนาดนั้นด้วยล่ะครับ แค่ผมจะสอบบรรจุแค่เนี๊ยะ ยังไม่รู้ผลเลยนะครับแม่”

ผมแกล้งโวยวายเมื่อเห็นแม่ทำหน้าดุ แต่แม่ได้กล่าว

‘คำสอน’ ที่ผมจดจำตราบเท่าทุกวันนี้

.

“ลูกจำ ‘คำแม่’ ไว้นะ… เมื่อลูกตัดสินใจเป็น ‘ครู’ ลูกจะต้องเป็น ‘ครู’ ไปตลอดชีวิต”

.

แม่หยุดชั่วครู่แล้วอธิบายต่อไปว่า…

.

“เพราะเมื่อมีคนเรียกลูกว่า ‘ครู’ นั่นก็หมายความว่า

เขา ‘ยอมรับและศรัทธา‘ ในตัวลูก

.

ลูกคือผู้ที่จะ ‘ชี้นำ’ ให้เขาเดินต่อไปในทางเดินชีวิต

‘คำสอน’ ของลูกจะถูก ‘จดจำและบันทึก’ ไว้นานแสนนาน

.

เขาจะไม่โกรธ ไม่เกลียด ลูกแม้ว่า… ลูกจะ ‘ตี’ เขาจนต้องร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด

ตรงกันข้าม เขาจะจดจำมันไว้ดั่งเป็น ‘ร่องรอยแห่งความปรารถนาดี’ ที่เขาได้รับจากลูก

.

เขาจะ ‘เคารพและศรัทธา’ ต่อลูก…

ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะ…อายุของลูก ไม่ใช่เพราะ…ทรัพย์สินเงินทองของลูก

ไม่ใช่เพราะ…ประกาศนียบัตรของลูก

แต่เพราะ…ความเป็น ‘ครู’ ของลูกเท่านั้น!

.

วันข้างหน้า…หากลูก ลาออกจากอาชีพ ‘ครู’ ไป

‘ใบลาออก’ ของลูกจะมีผลตามกฎหมายเท่านั้น แต่จะไม่มีผลใดๆต่อ ‘ลูกศิษย์’ ของลูกเลย

ทั้งนี้ก็เพราะ…สำหรับพวกเขาแล้ว

ลูกคือ ‘ครู’ ของพวกเขา… ไปตลอดชีวิต “

.

แล้วแม่ก็ส่งบทกวีให้อ่าน และจดจำไว้ตลอดชีวิต ‘ครู’

ครูคือผู้ถึงแล้ว                ความงาม

ครองจิตอยู่ทุกยาม           เที่ยงแท้

ครองกายบ่ทำทราม         ใฝ่ต่ำ นาพ่อ

พลั้งพลาดบ่อาจแก้          กลับได้ คำ “ครู”

.

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

.

ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อระลึกถึง “แม่” ของผม นางวัฒนา ฟูเกียรติพงษ์

แม่ที่ทรงความเป็น  “ครูผู้ยิ่งใหญ่” ไว้ตลอดชีวิตของแม่

.

ผมปรารถนาให้คำสอนของ “แม่” เผยแพร่ไปถึง “ครู” ทุกๆคนทั่วประเทศ

และให้เด็กๆรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวสู่อาชีพ “ครู” ได้อ่าน ก่อนการเข้ามาสู่อาชีพอันทรงเกียรตินี้

.

ทุกวันนี้… ผมยังภูมิใจในความเป็น “ครู”

แม้ว่าทุกวันนี้ ลูกศิษย์ ของผมมักจะเรียกผมว่า “อาจารย์” ก็ตาม

ผมรู้และเข้าใจดีว่า วันเวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว

พวกเขาคงสะดวกใจที่จะเรียกผมว่า “อาจารย์” หรือบางทีก็เรียกสั้นๆว่า “จารย์” มากกว่า

.

แต่คำว่า “ครู” ก็ยังเป็นคำที่ผมรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้ยิน

และผมเชื่อว่า “ครู” อีกหลายๆคนก็รู้สึกเช่นเดียวกับผมครับ

.

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

…………………………………………….

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

ทุกข์ของวันนี้ก็มากพอแล้ว

…………………………………………………………………………………………………

นาฬิกาที่ศาลาวัดตีบอกเวลา ๒ ทุ่ม สีกาวัยกว่า ๕๐ ปี นั่งพับเพียบพนมมืออยู่หน้าหลวงพ่อ

เธอมีสีหน้าแววตาที่เศร้าหมองทุกข์ระทมนัก แล้วก็เอ่ยขึ้นว่า

.

“หลวงพ่อเจ้าขา อิฉันทุกข์เหลือเกินเจ้าค่ะ”

“ลูกแบกทุกข์อะไรไว้นักหนาเล่า?” หลวงพ่อถาม

.

“ก็ครอบครัวอิฉันซิเจ้าคะ อะไรๆก็ดูแย่ไปเสียหมด…”

เธอหยุดชั่วครู่คล้ายว่ามีลูกอะไรมาตันอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก

.

“ตั้งแต่สามีอิฉันตายไป ก็เหมือนหมดสิ้นทุกๆอย่าง

ธุรกิจที่เขาทำไว้ก็ถูกเพื่อนๆของเขาโกงเอาไปหมดเลย

ทั้งบ้าน ทั้งรถของอิฉัน ก็โดนยึดไปหมดแล้วเจ้าค่ะ

ไม่รู้เวรกรรมอะไรหนักหนาที่มาเกิดกับอิฉันนะคะหลวงพ่อ”

จากนั้นเธอก็เริ่มร้องไห้ฟูมฟายยกใหญ่

.

หลวงพ่อนิ่งฟัง และปล่อยให้สีกาคนนั้นร้องให้ไปพักใหญ่ จึงเอ่ยขึ้นว่า…

.

“ทุกข์ของวันนี้ ก็มากพอแล้วนะลูก…

ทำไมเจ้าต้องเอา ทุกข์ของเมื่อวานนี้ มาทุกข์วันนี้อีกเล่า

 เมื่อวานนี้เจ้าก็ทุกข์ไปแล้วไม่ใช่หรือ?”

.

“ท่านหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ อิฉันไม่เข้าใจเจ้าค่ะ” สีกาถามด้วยความสงสัย

“อ้าว! ก็เมื่อตอนที่สามีเจ้าตายไปน่ะ เจ้าเสียใจทุกข์ใจไหมล่ะ?”

“ทุกข์ซิเจ้าคะ ทุกข์เหลือเกินเลย” เธอตอบ

.

“แล้วตอนที่ถูกเพื่อนๆเขาโกงเอาธุรกิจไปล่ะ เจ้าทุกข์หรือยัง”

“ทุกข์แล้วเจ้าค่ะ ก็เราเสียของๆเราไปนี่เจ้าคะ”

.

“งั้นตอนที่เขามายึดบ้าน ยึดรถไปล่ะ เจ้าทุกข์หรือเปล่า?”

“ทุกข์เจ้าค่ะ บ้านที่เคยอยู่ รถที่เคยใช้ จะไม่ทุกข์ได้อย่างไรคะ”

.

หลวงพ่อจึงเอ่ยต่อไปว่า

“สรุปว่า เจ้าได้ทุกข์ไปแล้วนะ ทุกข์มากเสียด้วย จริงไหม?”

“จริงเจ้าค่ะ ทุกข์มากเหลือเกินเจ้าค่ะ”

.

เมื่อสีกายอมรับ หลวงพ่อจึงพูดว่า

“ลูกเอ๋ย ‘ทุกข์ของวันนี้’ ก็มากพอแล้วนะลูก

เจ้าอย่าเอา ‘ทุกข์ของเมื่อวานนี้’ มาทุกข์วันนี้ซ้ำอีก

เพราะเมื่อวานเจ้าก็ได้ทุกข์อย่างสาหัสไปแล้วนะลูก”

.

สีกาก้มกราบหลวงพ่อ แล้วเอ่ยขึ้นอีกว่า

“แต่ท่านเจ้าขา…จะไม่ให้อิฉันทุกข์ได้อย่างไรเจ้าคะ

เพราะ ‘วันพรุ่งนี้’ อิฉันยังไม่รู้ว่าจะอยู่อย่างไรเลย

จะเจออะไรที่เลวร้ายไปกว่านี้อีกหรือเปล่า

ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดีเลยเจ้าค่ะ”

.

หลวงพ่อจึงตอบว่า…

“ลูกเอ๋ย…ทุกข์ของวันนี้ ก็มากพอแล้วนะลูก…

ทำไมเจ้าต้องเอา ทุกข์ของวันพรุ่งนี้ มาทุกข์วันนี้ก่อนเล่า

พรุ่งนี้ค่อยทุกข์ก็ยังทันอยู่ไม่ใช่หรือ?”

.

“ใช่เจ้าค่ะ แต่เดี๋ยวพอฟ้าสว่างวันพรุ่งนี้ก็มาถึงแล้วนะเจ้าคะ

วันเวลามันเร็วเหลือเกินเจ้าค่ะ

อิฉันกังวลใจจริงๆ เป็นห่วงก็แต่ลูกๆล่ะเจ้าค่ะ เขายังเล็กนัก” สีกาเอ่ยขึ้นอย่างกังวล

.

หลวงพ่อจึงกล่าวว่า

“ลูกเอ๋ย… ชีวิตของเรา จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้เลย

ถ้าพรุ่งนี้ ไม่ได้ตื่นขึ้นมา ก็คงไม่ต้องทุกข์อะไรต่อไปอีก

แต่ถ้าพรุ่งนี้ได้ตื่นขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะ

เพราะเจ้าจะได้มีโอกาสทำหน้าที่ของ ‘แม่’ อีกครั้งหนึ่ง จริงไหม?”

.

“เจ้าค่ะ” เธอตอบเบาๆ

หลวงพ่อจึงสอนว่า

“จำไว้นะลูก…ทุกข์ของวันนี้ ก็มากพอแล้ว…

เจ้าต้องไม่เอา ทุกข์ของเมื่อวานนี้ มาทุกข์วันนี้อีก

ทั้งนี้ก็เพราะ เจ้าได้ทุกข์ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันวาน

และเจ้าต้องไม่เอาทุกข์ของวันพรุ่งนี้ มาทุกข์เสียก่อนในวันนี้

เพราะพรุ่งนี้เจ้าค่อยทุกข์ก็ยังไม่ช้าเกินไป

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ….

วันพรุ่งนี้ จะดีหรือจะร้าย ก็ไม่มีใครรู้หรอกลูก

อาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่เจ้าคิดก็ได้…จริงไหม?”

………………………………………………………………………………….

คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ เพื่อไปยังบล็อกรวมเรื่องสั้นดีดีที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ : อ่านแล้วคิดชีวิตเปลี่ยน

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

รักแท้นั้นหาง่าย

เมื่อผมเป็นวัยรุ่น ก็เริ่มมี ‘ความรัก’ มี ‘คนรัก’ และก็ได้มีโอกาสพบกับคำว่า ‘อกหัก’ เป็นครั้งแรก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ‘แม่’ ก็ยังอยู่เคียงข้างผมเสมอ เพื่อคอยปลอบใจ…

“ทำไม ‘รักแท้’ มันจึง ‘หายาก’ จังเลยครับแม่?”

ผมรำพึงขึ้นมา แม่หันมายิ้มให้ผม แล้วเข้ามากอดไหล่ผมเบาๆพร้อมกับพูดว่า…

“รักแท้ก็อยู่กับลูกนี่ไงจ๊ะ”

“ผมรู้ครับ… ว่าแม่รักผมอย่างแท้จริง แต่ที่ผมพูดนั้นหมายถึง ‘คนอื่น’ น่ะครับ คนอื่นที่ไม่ใช่แม่”

แม่หัวเราะ แล้วกล่าวอีกว่า…

“แม่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นแม่นี่นา…และที่ลูกบอกว่า ‘รักแท้นั้นหายาก’ แม่ก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้”

“หมายความว่าอย่างไรครับ?” ผมถามด้วยความสงสัย

“จำไว้นะลูก… ที่จริงแล้ว ‘รักแท้’ นั้น ‘หาง่าย’ เพราะมันอยู่กับลูกเสมอ

และถ้าหากลูกพยายามออกเดินทางตามหา ‘รักแท้’ ไปทั่วทั้งโลก ลูกก็จะคิดว่า…รักแท้นั้นหายาก

แต่เมื่อใดก็ตามที่ลูก… ตั้งใจจริงที่จะมอบ ‘รักแท้’ ให้แก่ใครสักคน ลูกก็จะพบกับ ‘รักแท้’ ได้ทันที

ดังนั้น… ถ้าลูกอยากเจอกับ ‘รักแท้’ แล้วล่ะก็ ลองมอบ ‘ความรักที่แท้จริง’ ของลูกให้กับคนอื่นดูซิ แล้วลูกก็จะพบว่า…รักแท้ นั้นมีอยู่อย่างมากมายจริงๆ”

———————————————————————————–

ความสุขที่ได้รับจากเรื่องนี้

เรื่องนี้ ผมเขียนขึ้นมาจากเค้าโครงเรื่องจริง ที่แม่สอนผมตอนที่ผมเป็นวัยรุ่น ซึ่งทำให้ผมพบกับความจริงว่า…

รักแท้นั้นหาง่าย เพราะมันอยู่กับตัวผมเสมอมา

ผมพบว่า เมื่อผมมอบ รักแท้ของสามี ให้กับ ภรรยาของผม เธอก็มอบ รักแท้ ของเธอคืนกลับมาให้กับผม

ผมพบว่า เมื่อผมมอบ รักแท้ของพ่อ ให้กับ ลูกๆของผม ผมก็ได้รับ รักแท้ จากลูกๆของผมคืนกลับมาอีกเช่นกัน

ผมพบว่า เมื่อผมมอบ รักแท้ของผม ให้กับผู้อื่น เขาเหล่านั้น ก็ส่งกลับรักแท้ของเขา กลับมาให้ผมเสมอ

แล้วคุณล่ะครับ มอบรักแท้ของคุณ ให้กับใครสักคนหรือยัง?

ส่ง…ความสุขมาให้ครับ

……………………………………………………..

คลิ๊กที่ลิ้งค์นี้ เพื่อไปยังบล็อกรวมเรื่องสั้นดีดีที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ : อ่านแล้วคิดชีวิตเปลี่ยน

Read Full Post »

Older Posts »