Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

Archive for the ‘เปิดกรุ กวีเก่า’ Category

ตอนที่ 2

เปิดหนังสือนิทานร้อยบรรทัด

.

หลายวันมาแล้วที่ ประเสริฐ ขลุกอยู่กับหนังสือเรียนสมัยเก่าๆ

เขาพยายามคัดหนังสือบางเล่มเอาไว้ให้หลานสาวคนโปรดของเขา

อ่านต่อหลังจากที่ได้เคยอ่านหนังสือ ดอกสร้อยสุภาษิตด้วยกันไปแล้วเล่มหนึ่ง

“คงไม่มีเล่มไหนจะดีไปกว่าเล่มนี้อีกแล้วหลานรัก” เขาพูดพึมพำอยู่คนเดียว

เมื่อหยิบหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า “นิทานร้อยบรรทัด” ขึ้นมา

.

หนังสือเล่มนี้ แต่งโดย หลวงสำเร็จวรรณกิจ เรียบเรียง ตีพิมพ์ไว้เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑

ภายในเล่มมีนิทาน ๒ เรื่อง เรื่องละ ๑๐๐ บรรทัดพอดี

เขาจำได้ว่าหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือที่เขาชื่นชอบมากเป็นพิเศษเมื่อตอนเขายังเด็ก

เหตุเพราะว่ามันเป็น “หนังสือนิทาน”แต่ความแตกต่างอันเป็นเสน่ห์ของมันก็คือ

มันถูกแต่งให้เป็น บทกลอน ที่สอดคล้องแสนไพเราะจับใจยิ่งนัก

.

หนังสือนิทานร้อยบรรทัดนี้ ใช้ภาษาที่เด็กๆสามารถเข้าใจ และจดจำได้ง่ายๆ

และด้วยหนังสือเรียนประเภทนี้นี่เองที่ทำให้ ประเสริฐ กลายเป็นคนที่

รักการอ่านหนังสือและคุ้นเคยกับบทกวีต่างๆ มาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนั้น ภายในหนังสือนี้ก็ยังมีรูปประกอบเรื่องอยู่ด้วย

เพื่อให้เด็กจินตนาการตามไปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เขาเชื่อว่า น้องแพรวา จะต้องชอบหนังสือเล่มนี้แน่ๆ

ยังไม่ทันไรเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆวิ่งตรงมาที่ห้องทำงานของเขา

.

“คุณปู่ขา สวัสดีค่ะ”

หลานสาวคนสวยในชุดนักเรียน ยกมือไหว้เขาพร้อมกับกล่าวสวัสดี

เขารีบยกมือขึ้นพนมไหว้ระหว่างอก เพื่อรับไหว้หลานรัก พร้อมกล่าวตอบว่า

“สวัสดีจ้ะ คนเก่งของปู่ วันนี้ปู่มีหนังสือนิทาน ไว้ให้น้องแพรวาอ่านด้วยนะ สนใจไหม”

เขาแกล้งถาม

“สนใจซี่คะ” ว่าแล้วก็กระโดดขึ้นมาอยู่บนตักของเขาทันที

.

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

เด็กน้อย

ผู้แต่ง: ไม่ทราบ

……………………………………………………………………………………..

.

เด็กเอ๋ยเด็กน้อย

ความรู้เจ้ายังด้วยเร่งศึกษา

เมื่อเติบใหญ่เจ้าจะได้มีวิชา

เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน

.

ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน

จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล

ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน

เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย

แมวเหมียว

ผู้แต่ง: นายทัด เปรียญ

……………………………………………………………………………………..

.

แมวเอ๋ยแมวเหมียว

รูปร่างปราดเปรียวเป็นนักหนา

ร้องเรียกเหมียว ๆ เดี๋ยวก็มา

เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู

.

รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง

ค่ำ ๆ ซ้ำนั่งระวังหนู

ควรนับว่ามันกตัญญู

พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ

ตั้งไข่ล้มต้มไข่กิน

ผู้แต่ง: สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

…………………………………………………………………………………………………….

.

ตั้งเอ๋ยตั้งไข่

จะตั้งไยไข่กลมก็ล้มสิ้น

ถึงว่าไข่ล้มจะต้มกิน

ถ้าตกดินเสียก็อดหมดฝีมือ

.

ตั้งใจเรานี้จะดีกว่า

อุตส่าห์อ่านเขียนเรียนหนังสือ

ทั้งวิชาสารพัดเพียรหัดปรือ

อย่าดึงดื้อตั้งไข่ร่ำไรเอย ฯ

.

นกขมิ้นเหลืองอ่อน

ผู้แต่ง: หลวงพลโยธานุโยค (นก)

…………………………………………………………………………………………

.

ปักเอ๋ยปักษิน

นกขมิ้นเรื่อเรืองเหลืองอ่อน

ถึงเวลาหากินก็บินจร

ครั้นสายัณห์ผันร่อนมานอนรัง

.

ความเคยคุ้นสกุณาอุตสาหะ

ไม่เลยละพุ่มไม้ที่ใจหวัง

เพราะพากเพียรชอบที่มีกำลัง

เป็นที่ตั้งตนรอดตลอด เอย ฯ

จิงโจ้โล้สำเภา

ผู้แต่ง: หลวงวิจิตรวาทการ

…………………………………………………………………………………………

.

จิงเอ๋ยจิงโจ้

เล่นโล้ในลำสำเภาใหญè

เพื่อออกแรงออกกำลังโดยตั้งใจ

ที่จะให้เข้มแข็งและอดทน

.

เรานักเรียนต้องไม่คร้านการกีฬา

เรื่องพลศึกษาต้องฝึกฝน

ให้แข็งแรงถ้วนทั่วทุกตัวตน

เพื่อเป็นคุณแก่ตนและชาติ เอย ฯ

ซักส้าวมะนาวโตงเตง

ผู้แต่ง: ไม่ทราบ

……………………………………………………………………………………

.

ซักเอ๋ยซักส้าว

ผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ

เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ

ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน

.

ดูประหนึ่งขัดสนจนปัญญา

มีทางหากินได้หลายสถาน

ประหลาดใจเหตุไฉนไม่ทำงาน

ประกอบการอาชีพที่ดี เอย ฯ

ตุ๊ดตู่อยู่ในรูกระบอก

ผู้แต่ง: สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

………………………………………………………………………………………..

.

ตุ๊ดเอ๋ยตุ๊ดตู่

ในเรี่ยวในรูช่างอยู่ได้

ขี้เกียจนักหนาระอาใจ

มาเรียกให้กินหมากไม่อยากคบ

.

ชาติขี้เกียจเบียดเบียนแต่เพื่อนบ้าน

การงานสักนิดก็คิดหลบ

ตื่นเช้าเราจักหมั่นประชันพลบ

ไม่ขอพบขี้เกียจเกลียดนัก เอย ฯ

เรือเล่นสามเส้นสิบห้าวา

ผู้แต่ง: ทัด เปรียญ

…………………………………………………………………………………..

.

เรือเอ๋ยเรือเล่น

สามเส้นเศษวาไม่น่าล่ม

ฝีพายลงเต็มลำจ้ำตะบม

ไปขวางน้ำคว่ำจมลงกลางวน

.

ทำขวาง ๆ รี ๆ ไม่ดีหนอ

เที่ยวขัดคอขัดใจไม่เป็นผล

จะก่อเรื่องเคืองข้องหมองกมล

เกิดร้อนรนร้าวฉานรำคาญ เอย ฯ

นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า

ผู้แต่ง: หลวงวิจิตรวาทการ

………………………………………………………………………………….

.

นกเอ๋ยนกเอี้ยง

คนเข้าใจว่าเจ้าเลี้ยงซึ่งควายเฒ่า

แต่นกเอี้ยงนั้นเลี่ยงทำงานเบา

แม้อาหารก็ไปเอาบนหลังควาย

.

เปรียบเหมือนคนทำตนเป็นกาฝาก

รู้มากเอาเปรียบคนทั้งหลาย

หนึ่งงานหนักคอยสมัครงานสบาย

จึงน่าอายเพราะเอาเยี่ยงนกเอี้ยง เอย ฯ

นกกิ้งโครงเข้าโพรงนกเอี้ยง

ผู้แต่ง: พระยาพินิจสารา (ทิม)

……………………………………………………………………………………..

.

นกเอ๋ยนกกิ้งโครง

หลงเข้าโพรงนกเอี้ยงเถียงเจ้าของ

อ้อยอี๋เอียงอ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง

เจ้าของเขาว่าหน้าไม่อาย

.

แต่นกยังรู้ผิดรัง

นักปราชญ์รู้พลั้งไม่แม่นหมาย

แต่ผิดรับผิดพอผ่อนร้าย

ภายหลังจงระวังอย่างพลั้ง เอย ฯ

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »

เปิดกรุ กวีเก่า

จากหนังสือ ดอกสร้อยสุภาษิต

………………………………………………………………………………………………………….

นานมากแล้วที่ ประเสริฐ ไม่ได้ย่างกรายเข้ามาภายใน ห้องเก็บของ ทั้งๆที่มันก็อยู่ภายในบ้าน

ของเขาเองนั่นแหละ แต่ดูเหมือนว่าการเป็นครูที่ดีนั้น จะดึงเอาเวลาส่วนใหญ่ของเขาไปเสียเกือบ

ทั้งหมด โดยเฉพาะช่วงก่อนการเกษียณอายุราชการ ที่เขาต้องรับหน้าที่ “อาจารย์ใหญ่” ของ

โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ อีกหนึ่งตำแหน่งหนึ่งด้วย จึงทำให้เขาแทบจะลืม “ห้องเก็บของ”

ห้องนี้ไปเสียสนิท

.

“ดีเหมือนกันที่ชีวิตหลังเกษียณ ทำให้ฉันมีเวลาพอที่จะจัดการเรื่องบ้านช่องของฉันเองบ้าง”

ประเสริฐพูดกับตัวเองเบาๆ

ภายในห้องมีของต่างๆที่ สมพิศ ภรรยาของเขานำมาจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

ที่พื้นห้องมีกล่องกระดาษวางอยู่หลายใบ ซึ่งภายในนั้นคงบรรจุของที่เขาไม่ได้ใช้แล้ว

แต่มันยังมีคุณค่าเกินกว่าจะทิ้งไป เขาใช้สายตาสำรวจไปจนทั่วห้อง และแล้วมันก็ไปสะดุดกับ

ตัวอักษรบนกระดาษสีขาว ที่ถูกแปะไว้ด้านบนของกล่องกระดาษกล่องหนึ่งว่า

“หนังสือเรียนระดับประถมศึกษา”

.

มันเหมือนมีเวทมนต์อะไรบางอย่าง ที่มาสะกดให้ประเสริฐ เดินตรงเข้าไปหากล่องใบนั้น

เขายกมันขึ้นมา แล้วนำกล่องใบนั้นไปยังห้องทำงานของเขา

ซึ่งจากนี้ไปเขาก็คงจะได้ใช้ “ห้องทำงาน” ห้องนี้เป็นประจำแน่ๆ

.

หนังสือเรียนเก่าๆถูกหยิบออกมาจากกล่อง และวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา

ประเสริฐมองดูหนังสือเหล่านั้น พลางยิ้มอย่างมีความสุข

และนึกขอบใจ สมพิศ ภรรยาของเขาจริงๆที่ได้เก็บหนังสือเหล่านี้ไว้

.

“มีอะไรบ้างล่ะนี่?” เขาพึมพำเบาๆ พร้อมๆกับค่อยๆหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าของเขา

ขึ้นมาทีละเล่ม

.

“แบบอ่านภาษาไทย ชุด สุดา กับ คาวี เรื่อง มาดูอะไร ชั้นประถมปีที่ ๑”

.

เขาอ่านตัวหนังสือที่อยู่บนปกของ หนังสือเล่มแรก ที่เขาหยิบขึ้นม

จากนั้นเขาก็หยิบเล่มต่อไปขึ้นมาดู แล้วประเสริฐก็รำพึงเบาๆอยู่คนเดียวว่า

“โอ้โห นี่คุณสมพิศ เก็บหนังสือ สุดา กับ คาวี ไว้ครบทั้ง ๔ เล่มเลย”

ประเสริฐ ลองนำหนังสือทั้งสี่เล่มมาจัดเรียงเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเปรียบเทียบ

หนังสือทั้ง ๔ เล่ม มีรูปวาดอยู่บนปกของหนังสือ เป็นรูปของเด็กๆที่กำลัง เดิน วิ่ง เล่น อยู่บนถนนสีขาว

มีชื่อเรื่องว่า “มาดูอะไร” “ไปเล่นด้วยกัน” “ออกไปข้างนอก” และ “ฉันออกจากบ้าน”

หลังจากนั้น ประเสริฐ ก็เพลิดเพลินไปกับการอ่านหนังสือ สุดา กับ คาวี อยู่พักใหญ่ๆ

จึงหยิบหนังสือขึ้นมาใหม่อีกเล่มหนึ่ง ซึ่งเล่มนี้หน้าปกของหนังสือเขียนบอกชื่อเรื่องไว้ว่า

.

“บทอาขยานภาษาไทย ดอกสร้อยสุภาษิต

ชั้นประถมปีที่ ๑-๒ ของกระทรวงศึกษาธิการ ราคา .๕๐”

.

เขาหัวเราะเบาๆ เพราะใจมันเผลอคิดไปว่าเงิน ๕๐ สตางค์ ในวันนี้ ดูเหมือนว่าจะเอาไปซื้ออะไรแทบไม่ได้เลย

เขาพยายามคิดทบทวนดูว่า เนื้อหาภายในของหนังสือเล่มนี้มันเป็นอย่างไร

แต่เขาก็ยังนึกไม่ออก เพราะระยะเวลาจากเด็กนักเรียนชั้น ป.1 มาถึงวัยเกษียณอายุในวันนี้

มันช่างนานมากเหลือเกิน จริงอยู่ที่เขาเป็นครู แต่ก็เป็นครูในระดับมัธยมศึกษาไม่ใช่ประถมศึกษา

.

.

แต่เขาก็ยังพอจะจำความได้ว่า

เด็กนักเรียนในอดีตนั้น คุณครูที่โรงเรียนจะให้เด็กนักเรียนท่อง บทอาขยาน เป็นประจำทุกๆวัน

และหนังสือ “ดอกสร้อยสุภาษิต” ก็เป็นหนังสือที่ใช้ในการท่องบทอาขยาน

ประเสริฐ เปิดหนังสืออย่างแผ่วเบา เนื่องจากความเก่าของกระดาษเขาอาจจะทำให้มันขาดได้ง่ายๆ

เมื่อเปิดดูเนื้อหาภายในเล่ม เขาก็ถึงบางอ้อเลยทีเดียว มันเป็นบทกลอนสำหรับเด็ก

ที่ถูกแต่งไว้เพื่อให้เด็กๆ เรียนร้องและท่องเล่น ในลักษณะของ “บทอาขยาน”

โดยใช้ภาษาง่ายๆ แต่มีสำนวนที่สละสลวย และแฝงคติสอนใจ เพื่อให้เด็กๆได้อ่าน

และซึมซับคติเหล่านั้นเอาไว้ แล้วนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นต่อไป

ในขณะที่เขากำลังคิดย้อนอดีตเพลินๆ จนไม่ได้สังเกตว่า น้องแพรวา หลานสาวตัวน้อย

เข้ามายืนอยู่ข้างหลังของเขา แล้วถามด้วยเสียงเล็กๆน่ารักว่า

.

“คุณปู่ทำอะไรอยู่คะ?” ประเสริฐหันไปยิ้มให้กับเด็กน้อย แล้วกล่าวตอบไปว่า

“ปู่กำลังอ่านหนังสือเก่าๆ สมัยเมื่อปู่เป็นเด็กนักเรียนชั้น ประถมอยู่จ้ะ”

ว่าแล้วเขาก็อุ้มหลานสาวสุดที่รักขึ้นมานั่งตัก

“อันนี้เป็นหนังสือของชั้น ป.๒ สมัยก่อนหรือคะคุณปู่” เด็กน้อยหยิบหนังสือ

“ดอกสร้อยสุภาษิต” ขึ้นมาถือไว้

.

“ใช่จ้ะ แต่ปู่ชักจะสงสัยแล้วว่า เด็ก ป.๔ จะอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ไหมนะ”

“ได้ซิคะ ชิวๆอยู่แล้วค่ะ” น้องแพรวา ตอบด้วยภาษาของเด็กสมัยนี้ ‘ชิวๆ’

นี่เด็กสมัยนี้จะรู้ไหมนะว่า คำว่า ‘ชิวๆ’ ที่พวกเขาพูดกันอยู่ในเวลานี้ มีที่มาอย่างไร

และมีความหมายจริงๆว่าอย่างไร ซึ่งประเสริฐเชื่อว่า

ถึงเขาจะถามไปหลานสาวก็คงไม่รู้คำตอบในเรื่องนี้แน่ๆ

.

“ถ้างั้น เรามาอ่านด้วยกันดีไหมจ๊ะ” เขากล่าวชวน

“ดีซิคะคุณปู่ หนูอยากอ่านจังเลยค่ะ” หลานสาวกล่าวตอบด้วยความดีใจ

“ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มต้นกันด้วยหนังสือเล่มนี้เลย ไหนอ่านให้ปู่ฟังหน่อยซิว่า หนังสือเล่มนี้เรื่องอะไร”

“บทอาขยานภาษาไทย ดอกสร้อยสุภาษิต…”

จากนั้นปู่กับหลานสาว ก็อ่านบทกลอนด้วยกันอย่างมีความสุข

คลิ๊ก!!เพื่อไปยังบล็อกรวมสิ่งดีดีที่มีให้จาก : พละชัย ฟูเกียรติพงษ์

Read Full Post »